Biomarker คืออะไร?
ตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarker) คืออะไร?
เมื่อเราเลือกซื้ออาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง สิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักพึ่งพาคือคำโฆษณาบนฉลาก หรือรีวิวจากผู้ใช้ แต่มีวิธีหนึ่งที่สามารถบอกได้อย่างเป็นรูปธรรมว่าผลิตภัณฑ์นั้น “ทำงานจริงหรือไม่” นั่นคือการวัดค่าตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarker)
ตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarker) คือสารหรือค่าทางชีวภาพที่สามารถวัดได้ในห้องปฏิบัติการ และสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในร่างกายหรือเนื้อเยื่อ เมื่อได้รับผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง ตัวอย่างเช่น หากอาหารเสริมชนิดหนึ่งอ้างว่า “ต้านการอักเสบ” นักวิทยาศาสตร์สามารถวัดค่า IL-6 (Interleukin-6) ซึ่งเป็นสารก่อการอักเสบในเนื้อเยื่อ เพื่อดูว่าค่านี้ลดลงจริงหรือไม่หลังจากได้รับ สารสำคัญจากผลิตภัณฑ์

ประเภทของตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarker) ในผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarker) ที่ใช้ในการทดสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผลิตภัณฑ์:
- Biomarker ด้านการอักเสบ (Inflammatory Biomarker) เช่น IL-6, TNF-alpha ใช้วัดผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณต้านการอักเสบ โดยค่า IL-6 ที่ลดลงหลังจากให้สารสำคัญ บ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์มีผลต่อการลดการอักเสบในระดับเนื้อเยื่อ
- Biomarker ด้านคอลลาเจน (Collagen Biomarker) เช่น MMP-1 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สลาย คอลลาเจน หากผลิตภัณฑ์สามารถยับยั้ง MMP-1 ได้ หมายความว่าช่วยชะลอการสลายตัวของ คอลลาเจนในผิว ค่า MMP-1 Suppression -81% หมายความว่าการสลายคอลลาเจนลดลงถึง 81% เทียบกับกลุ่มควบคุม
- Biomarker ด้านอนุมูลอิสระ (Oxidative Stress Biomarker) เช่น ROS (Reactive Oxygen Species) และ SOD (Superoxide Dismutase) ค่า SOD ที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่าเนื้อเยื่อมีระบบป้องกัน อนุมูลอิสระที่ดีขึ้น
- Biomarker ด้านความชุ่มชื้น (Hydration Biomarker) เช่น Hyaluronic Acid ในเนื้อเยื่อ ค่าที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์ช่วยสนับสนุนองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับความชุ่มชื้นของผิว
- Biomarker ด้านความปลอดภัย (Safety Biomarker) เช่น LDH (Lactate Dehydrogenase) ที่ใช้วัดความเป็นพิษต่อเซลล์ (Cytotoxicity) หากค่า LDH ไม่สูงผิดปกติ แสดงว่าสารสำคัญไม่ทำลายเซลล์ในสภาวะการทดสอบ
ทำไมตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarker) จึงสำคัญกับผู้บริโภค
ในอดีต ผู้บริโภคต้องพึ่งพาคำโฆษณาหรือรีวิวส่วนบุคคลในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ อาจมีอคติหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ การทดสอบ Biomarker ช่วยแก้ปัญหานี้โดยให้ข้อมูลที่วัดได้ ทำซ้ำได้ และตรวจสอบได้โดยบุคคลที่สาม (Third-Party Verification)
ตัวอย่างเช่น หากผลิตภัณฑ์ A อ้างว่า “ต้านอนุมูลอิสระ” และผลทดสอบแสดงว่าค่า SOD Activity เพิ่มขึ้น +63% ในแบบจำลองเนื้อเยื่อ 3 มิติ (3D Tissue Model) ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานเชิงวัตถุวิสัย ที่ผู้บริโภคสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะคำบอกเล่า
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ผลการทดสอบ Biomarker ในระดับก่อนคลินิก (Preclinical) เป็นข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ ซึ่งอาจไม่สามารถทำนายผลในมนุษย์ได้โดยตรง แต่เป็นตัวบ่งชี้ทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญในการประเมินศักยภาพของสารสำคัญ

วิธีอ่านค่าตัวชี้วัดทางชีวภาพ (Biomarker) เบื้องต้น
สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การอ่านค่า Biomarker ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง โดยสามารถดูจากหลักการง่ายๆ ดังนี้:
• เครื่องหมาย “ลบ” (-) เช่น -29% หมายถึง Biomarker นั้นลดลง — ในบริบทของสารก่อการอักเสบ (IL-6) หรือเอนไซม์สลายคอลลาเจน (MMP-1) การลดลงถือเป็นผลดี
• เครื่องหมาย “บวก” (+) เช่น +72% หมายถึง Biomarker นั้นเพิ่มขึ้น — ในบริบทของ Hyaluronic Acid หรือ SOD การเพิ่มขึ้นถือเป็นผลดี
• Class A Badge หมายถึงผลทดสอบเทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรฐานเปรียบเทียบ (Benchmark) ที่กำหนดไว้ เช่น เทียบกับ GlyNAC ในด้านการปกป้องคอลลาเจน
ข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาสามารถตรวจสอบได้ผ่านแพลตฟอร์ม PhytoEX VeriX ซึ่งเป็น ชั้นข้อมูลความโปร่งใส (Transparency Layer) ที่ให้ผู้บริโภคเข้าถึงหลักฐานการทดสอบได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาคำกล่าวอ้างจากแบรนด์เพียงอย่างเดียว
ผลการทดสอบ Biomarker ในระดับก่อนคลินิกเป็นข้อมูลจากแบบจำลองในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์ การตีความผลควรอยู่ในบริบทของระดับการทดสอบ
[1] Strimbu, K., Tavel, J.A. (2010). What are Biomarkers? Current Opinion in HIV and AIDS, 5(6), 463-466.
[2] Califf, R.M. (2018). Biomarker definitions and their applications. Experimental Biology and Medicine, 243(3), 213-221.
[3] Pivodova, V., et al. (2015). Cytotoxicity testing of cosmetic ingredients. Toxicology In Vitro, 29(2), 449-455.